วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

มาดูวิวัฒนาการ Logo ของแบรนด์ดังๆ

ต้อง ยอมรับว่า Logo เป็นหน้าตาของสินค้า ที่ทำให้คนรู้จักและจดจำได้ แล้วเพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมว่า หน้าตาของ Logo สินค้าแบรนด์ดังๆที่เรารู้จักกันดีอย่าง Apple, Firefox, Google นั้นกว่าจะมาถึงวันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบมากี่ครั้งแล้ว และหน้าตา Logo ในสมัยนั้นจะเป็นอย่างไร หลายคนคงอยากเห็นกันแล้วไปดูกันเลยดีกว่า

Apple Inc.

>> Logo ชิ้นแรกนี้ถูกออกแบบในปี 1976 โดย Ronald Wayne โดยมีผู้ชายที่คาดว่าน่าจะเป็น sir Isaac Newton นั่งอยู่ใต้ต้นไม้พร้อมกับผลแอปเปิ้ลลอยอยู่เหนือหัว [Logo อันนี้ไม่ค่อยเข้ากับสินค้าเลย] แต่หลังจาก Apple ได้เปิดตัวเพียงแค่หนึ่งปี ก็ทำการเปลี่ยนรูปแบบ Logo เป็นผลแอปเปิ้ลที่ถูกกัดไปเสี้ยวหนึ่งแทน

Firefox

>> Firefox หรือ "จิ้งจอกไฟ" แลกเริ่มเดิมที่คือ นกฟีนิกส์ (Phoenix) หรือ นกไฟ ในชื่อ "Firebird" มาก่อน แต่เจ้ากรรมชื่อนี้ดันไปซ้ำกับ Browser เจ้าอื่น ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็น “Mozilla Firefox” ที่เรารู้จักกันดีในนาม Firefox กับ Logo จิ้งจอกกอดลูกโลก จนเป็นที่โด่งดังติดตาถึงทุกวันนี้

Nike

>> Logo ชิ้นแรกถูกออกแบบในปี 1971 โดย Carolyn Davidson และได้มีการเปลี่ยนรูปแบบมาเรื่อยๆ แต่ยังคงสัญลักษณ์เดิมคือ ของเทพธิดาของกรีกที่ชื่อ ‘Nike’ ที่นำมาเป็นชื่อของแบรนด์นี้

Shell

>> แรกเริ่มเดิมที Shell เขาก็ใช้เปลือกหอยของเป็น Logo จนในปี 1909 เริ่มมีการปรับแต่งกราฟฟิกรูปทรง และลายเส้นเน้นให้ดูคมมากขึ้น ในปี 1948 เริ่มใส่สีให้โดดเด่น และเพิ่มคำว่า Shell ลงไปให้เขาใจถึงชื่อแบรนด์ จนเปลือกหอยชิ้นสุดท้ายเริ่มเรียบง่าย และบอกความเป็น Shell ได้อย่างชัดเจน

Alfa Romeo

>> ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ Logo ครั้งใหญ่ ในปี 1910 มาเป็นรูปแบบวงกลม และมีการปรับปรุง Logo มาตลอดจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้เหมาะกับ รถสปอร์ตซีดาน สายพันธุ์อิตาลี

Peugeot

>> เปอโยต์ (PEUGEOT) รถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ที่แสดงแสงญานุภาพของจ้าวป่าใน Logo ด้วยสิงโตมาแต่แรกเริ่มตั้งแต่ปี 1850 และปรับเปลี่ยนท่าทางการยืนของสิงโตมาอยู่เรื่อยๆ และ เริ่มมีสีพื้นหลัง จนปีใน 1998 Logo ชิ้นพื้นหลังสีฟ้าที่มีสิงโตผงาดอยู่ด้านหน้าได้ถูกนำมาใช้จนถึงทุกวันนี้

Ford

>> รถยนต์เชื่อสายผู้ดีอังกฤษ ถือกำเนิดเมื่อปี 1903 มีชื่อเต็มว่า 'Ford Motor Co' และ Logo ตัวแรกของสินค้าแบรนด์ ก็ได้ต้องใช้ชื่อแบบเต็มยศกันซะหน่อย ต่อมาในปี 1909 ก็ได้มีการตัดทอนตัวอักษรลงเหลือเพียง Ford และถูกปรับเปลี่ยนมาอยู่เรื่อยๆ มาจนได้ Logo ที่ถูกใจในปี 2003 และยังคงใช้มาถึงปัจจุบันกับ Logo ชิ้นล่านี้ที่มีชื่อว่า “Centennial Blue Oval”

Adobe

>> บริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่แรกเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมบน desktop publishing เลยทำให้ Logo ชิ้นแรกดูเหมาะไปทางนั้นมากกว่า จากนั้นก็เริ่มจะเน้นตัว A ให้ดูมีสไตล์ แต่สุดท้ายตัว A อาจจะยังไม่สื่อถึง Adobe เท่าไหร่ จึงกลับมาใช้ชื่อเต็มอีกครั้ง และเป็น Logo ในแบบที่เราคุ้นตากัน

Kodak

>> ชื่อนี้ต้องยกให้เรื่องกล้องเลย... Logo ชิ้นแรกเป็นตัวหนังสือในวงกลมสไตล์ art มาเลยทีเดียว จนปรับเปลี่ยนมาหลายรูปแบบ เริ่มใส่สี เปลี่ยนตัวอักษร ไปเรื่อยมา และคาดว่าน่าจะยังคงพัฒนาปรับเปลี่ยนต่อไปอีกเรื่อยๆ

Google

>> อันที่จริง Google เองก็เปลี่ยน Logo อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญ เทศกาล หรือวันพิเศษต่างๆ อย่างที่เราเคยเก็บรวบรวมไว้ให้เพื่อนๆ ดู กับ Logo Google

IBM

>> ชื่อเต็มว่า "International Business Machines" อีกแบรนด์ดังที่จำหน่ายคอมพิวเตอร์ สำหรับ Logo ของ IBM ใช้ลูกเล่นของตัวหนังสือมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มแรก จนถึงปี 1947 IBM เปลี่ยน สไตล์ตัวหนังสืออ่านง่ายขึ้น และบ่งบอกถึงตัวตนที่ชัดเจนด้วยตัวพิมพ์ "IBM" และมีการปรับครั้งสุดท้ายพร้อมเติมสีฟ้าในปี 1972

Nokia

>> Logo ชิ้นแรกของ Nokia ในปี 1865 ดูเหมือนขายสินค้าอุปกรณ์ตกปลา ต่อมาในปี 1898 ก็เปลี่ยนเป็นอาการแสตมป์ซะงั้น [หน้าตาคล้ายครึง] จนในปี 1998 Nokia เริ่มแสดงความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ใน Logo ของตัวเอง จนกลายเป็น Nokia, Connecting People ในปัจจุบันนี้

Microsoft

>> แหม..นี่ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ใช้ตัวหนังสือเป็น Logo สินค้า แถมยังยึดมั่นในคำเดิม "Microsoft" ไม่เปลี่ยนแปลง ก็แน่ละชื่อสินค้าเขานี่หน่า แต่เอ๊ะ!.. เห็นหลังๆ Microsoft ไหนเลยมีเพิ่มสโกแกนสินค้าด้วยละเนี่ย จนล้าสุดใช้คำว่า ’Your potential. Our passion’ ต่อท้าย Microsoft จนถึงทุกวันนี้

Canon

>> Canon โดยแรกเริ่มบริษัทนี้มีชื่อว่า Kwanon เพี้ยนมาจากรากศัพท์จากคำว่ากวนอิม และได้ใช้ Logo ชิ้นแรกในปี 1934 เป็นรูปเจ้าแม่กวนอิมพันมือนั่นเอง แต่ในปีเดียวกันก็เปลี่ยนเหลือเพียงตัวหนังสือ Kwanon จนในปี 1935 Kwanon ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Canon อย่างเป็นทางการ เพื่อต้องการออกเสียงให้เป็นสากลต่อการทำตลาดกับชื่อใหม่ ที่มาพร้อม Logo ใหม่เป็นตัวหนังสือ Canon จนในปี 1956 ยังคงให้ Logo ตัวหนังสือ Canon อย่างเดิมแต่เพิ่มความหนาให้ดูโดดเด่นคมชัดขึ้น และยังคงใช้มาถึงทุกวันนี้

via: cmm11, marketingoops, jabchai

แหล่งที่มา:
blog.fukduk.tv

มาดู... "คอมพิวเตอร์" เครื่องแรกของไทยกัน


หลังจากมีคนเคยนำเสนอคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกไปแล้ว คราวนี้เราลองมาดูคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยกันบ้างดีกว่า



เชื่อไหมว่า...นี่คือ "คอมพิวเตอร์" เพื่อนๆ หลายคนคงไม่เชื่อสายตาสินะว่าเจ้าเครื่องหน้าตาประหลาด มีปุ่มเยอะแยะนี้ จะเป็นคอมพิวเตอร์ไปได้ ซึ่งมันมีหน้าตาที่ต่างจากคอมพิวเตอร์ในสมัยนี้อย่างมากเลยเชียว แต่เชื่อเถอะ... เพราะมันคือ คอมพิวเตอร์ จริงๆ แถมยังเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ประเทศไทยเราได้เริ่มใช้อีกด้วย!

สำหรับหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคยของคอมพิวเตอร์ที่เห็นอยู่นี้คือ IBM 1620 แถมยังเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทยเรา ถูกติดตั้งที่ภาควิชาสถิติ คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2506 ซึ่งได้รับมอบจากมูลนิธิเอไอดี และบริษัทไอบีเอ็ม แห่ง ประเทศไทยจำกัด มูลค่าของคอมพิวเตอร์ IBM 1620 ในขณะนั้นประมาณ สองล้านบาทเศษ เพื่อใช้ในงานการสอนและ บริการวิชาครู

ปัจจุบันหมดอายุใช้งานไปแล้วจึงได้มอบให้แก่ศูนย์บริภัณฑ์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพ เพื่อแสดงให้แก่ผู้สนใจทั่วไป ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองคือ IBM 1401 ถูกติดตั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2507 มูลค่าเครื่องประมาณ แปดล้านบาท

ปล. ภาพประกอบเป็นเพียงรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ที่เรานำมาให้ได้ดู ส่วนของจริงหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากชม เชิญไปดูได้ที่ศูนย์บริภัณฑ์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง กับคอมพิวเตอร์บรรพบุรุษเครื่องแรกของไทยเรา

แหล่งที่มา:
http://www.rbru.ac.th/courseware/science/4023904/lesson1/lesson1.1.html

10 เกมส์ยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Time

ต่อเนื่องมาจากบล็อกครั้งก่อน วันนี้เรามี 10 เกมส์ยอมเยี่ยมที่จัดอันดับโดยนิตยสาร Time มาฝากเพื่อนๆ กัน :P

1.อันดับที่ 1 Halo 3จากเครื่อง: Xbox 360
ประเภท: Sci-Fi First-Person Shooter
เริ่มจาก ตั้งแต่มีข่าวว่าเริ่มมีการสร้าง Halo 3 ก็เป็นเกมที่มีผู้รอมากที่สุด และขณะที่ใกล้จะเสร็จ Halo 3 ก็เป็นเกมที่มียอดจองมากที่สุดจนถึงงบสำหรับโปร โมท เกม Halo 3 เป็นเกมที่มีงบสูงสุด และในวันที่ออกจำหน่าย Halo 3 ก็ทำยอดขายได้มากที่สุดทุบทุกสถิติ แน่นอนว่าสุดยอดของสุดยอดเกมแห่งปีคงจะไม่ใช่เกมใดถ้าไม่ใช่ Halo 3



อันดับที่ 2 The Orange Box
จากเครื่อง: Xbox 360, PC, PS3
ประเภท: Sci-Fi First-Person Shooter
สุดคุ้มเมื่อคุณซื้อ 1 ได้ถึง 5 เกม ประกอบไปด้วย Half-Life 2, Half-Life 2: Episodes o­ne,
Half-Life 2: Episodes Two, Portal, และ Team Fortress 2 คุณจะสนุกสนานในการผจญภัย แก้ไขปริศนา และเล่น o­nline กับเพื่อนๆของคุณ อลังการทั้งภาพและเสียงในแบบฉบับของ Valve



อันดับที่ 3 Rock Band
จากเครื่อง: Xbox 360, PS2, PS3
ประเภท: Rhythm / Music
ด้วยอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมจะปลุกวิญญาณขาร็อกไม่ว่าจะ เป็น กีตาร์ เบส กลอง และไมโครโฟน ที่คุณเองก็สามารถตั้งวงร็อกที่บ้านได้จึงทำให้เกมนี ้ติดอันดับที่ 3 โดยไม่ยาก

อันดับที่ 4 Super Mario Galaxy
จากเครื่อง: Nintendo Wii
ประเภท: 3D Platformer
มาอีกแล้วกับลุงหนวดจอมโหม่งกับเจ้าหญิงที่ไม่เคยได้ หยุดผจญภัยซึ่งคราวนี้มาในฉากอวกาศภาพน่ารัก ไม่มีพิษภัย เล่นได้ทั้งครอบครัว




อันดับที่ 5 BioShockจากเครื่อง: Xbox 360, PC
ประเภท: Sci-Fi First-Person Shooter
อีกหนึ่งเกมกราฟิกอลังการคุณจะหลุดเข้าไปในโลกใต้น้ำ และพบกับมนุษย์ประหลาด
บรรยากาศวังเวงและดนตรีที่สามารถจะกระตุ้นหัวใจให้หว าดกลัวได้ทุกเมื่อ




อันดับที่ 6 Call of Duty 4: Modern Warfareจากเครื่อง: Xbox 360, PS3, PC, Nintendo DS
ประเภท: Modern First-Person Shooter
เช่นเดียวกับโลกนี้ที่สงครามไม่เคยสิ้นสุด คุณจะได้ก้าวเข้าสู่สนามรบในหลายประเทศและตื่นเต้นกับกราฟิกเสมือนว่าอยู่ในสงครามในยุคปัจจุบันที่ถือว ่าสมบูรณ์แบบที่สุด

อันดับที่ 7 Legend of Zelda: Phantom Hourglassจากเครื่อง: Nintendo DS
ประเภท: Fantasy Action Adventure
ได้เวลากวัดแกว่งดาบ ในมหากาพย์ชื่อดังที่มาในฉบับพกใส่กระเป๋าให้คุณได้เ พลิดเพลินกับการผจญภัยไปในทะเล เกาะแก่ง ถ้ำและแผ่นดินใหญ่ ที่พร้อมจะไปกับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา
อันดับที่ 8 Mass Effectจากเครื่อง: Xbox 360
ประเภท: Action Role-Playing
ถือเป็นการปฏิวัติระบบเกมแบบ RPG เดิมๆ ด้วยการผสมผสานระหว่างเวทมนตร์ วิทยาศาสตร์ และนวนิยายเข้าด้วยกันทำให้คุณกลายเป็น 007 อวกาศ คุณจะเพลิดเพลินกับเนื้อเรื่องที่เรียกว่าระดับ มหากาพย์ในเกมนี้



อันดับที่ 9 Ace Combat 6
จากเครื่อง: Xbox 360
ประเภท: Flight
คุณจะได้โบยบินไปในท้องฟ้าได้อย่างอิสระ มีภาระกิจมากมายท้าทายอาวุธที่พร้อมจะจู่โจมข้า ศึกแค่นิ้วของคุณสั่งการ ด้วยระดับภาพกราฟฟิกที่เรียกได้ว่าเนียนสุดๆ แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ

อันดับที่ 10 God of War 2
จากเครื่อง: PS2
ประเภท: Fantasy Action Adventure
เพราะจากภาพที่สวยงามอลังการในแบบกรีกผสมกับท่า Combo และเนื้อเรื่องสุดมันจึงทำให้เกมของค่าย Sony ติดอันดับในครั้งนี้ซึ่งถึงว่เป็นเกมหลักของเครื่องเ น็กซ์เจนรุ่นเก่าที่ยังแรงได้ระดับเดียวกับบรรดาเกมเน็กซ์เจนทั้งหลาย



ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คุณลุงจอมโหม่ง มาริโอ ติดอันดับกับเขาด้วย อิอิ
นัฐญา (นัท)
ที่มา: http://blog.eduzones.com/ezine/7980 ขอบคุณมากๆค่า






21 December 2012 นับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก ?????

21 December 2012 นับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก ?????
สัปดาห์นี่ มีบทความหนึ่งให้เพื่อนๆอ่านนะครับ เกี่ยวกับโลกของเราเนียและ มีคำทำนายที่ว่า ในวันที่ 21 เดือน 12 ปี ค.ศ 2012 จะเป็นวันอวสารของโลก จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวิจรณญานของแต่ละบุคคลนะครับ ^^





นวันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ?????

1.ทางวิทยาศาสตร์ NASA ออกมาบอกว่าสนามแม่เหล็กโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
2.ทางโหราศาสตร์ บ่งบอกว่าจะเกิดการเรียงตัวกันของ โลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือก และดวงอาทิตย์
3.ทางโบราณคดี ชาวมายามีปฏิทินถึงเพียงแค่ปี 2012 และระบุวันจุดจบของโลกไว้
4.ทางการทำนาย นอสตราดามุสได้ทำนายไว้กับราศีตีความแล้วสอดคล้องกับทางโหราศาสตร์
5.ทาง UFO ผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวได้บอกเค้า(แล้วแต่ความเชื่อ)
6.ทางความคิดผมเอง ศาสนาพุทธและคริส ได้ระบุวันจุดจบไว้แล้วในปี พุทธศักราชและคริสศักราช
คำ ทำนายเรื่องวันสิ้นโลกนี้ มาจากวันในปฏิทินของชาวเผ่ามายัน (ชาวเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาตอนกลาง) ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ธันวาคม ปีคศ. 2012
ไม่ว่าจะทางใด ดูจากหลาย ๆ ทางแล้วชี้ไปในปีเดียวกัน ความเชื่อมั่นกับสิ่งที่จะเกิดในปี 2012 นั้นน่าจะมีอะไรเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ แต่ที่แน่ ๆ ในปัจจุบันผมมั่นใจว่ามันน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยสังเกตุจากผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี่เอง เมื่อกลับมามองดูปี 2012 ก็เลยมานั่งพิจรณาดูเล่น ๆ (การนับเลขฐานสิบจะนับศูนย์ถึงเก้า) ถ้าเราตัดเลขสองออกก็จะได้เลขนับ 0->1->2 เมื่อมาดูเป็นปี พ.ศ. มันเป็นปี 2555 (เลยสวยมาก) ถ้าเราตัดเลขสองออกเช่นกัน จะได้เลข 5 เรียงตัวกัน 3 ตัวผมขอโยงไปเรื่องโหราศาตร์ที่จะมี โลก กาแล็คซี่ และดวงอาทิตย์ ที่จะเกิดการเรียงตัวกัน ผลลัพธ์นั้นคงบอกไม่ได้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงต่อโลกหรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพราะสิ่งที่เราไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายทั้งในอวกาศและจักรวาล


2.Planet X NIBIRU
Planet X NIBIRU ที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลกเราจะตัดผ่านมาใกล้โลกอีกครั้ง ดาวดวงนี้จะผ่านมาที่วงโคจรของเราทุกๆ3600 ปี
นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทวีปแอตแลนติกหายไป นั่นอาจเป้นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องโนฮากับเรือสมัยน้ำท่วมโลก
ดาวดวงนี้จะเข้ามาใกล้โลกเรื่อยๆปี 2009 จะสามารถมองเห็นทางขั้วโลกใต้ด้วยกล้องส่องดาว
ปี 2011 จะสามารถมองเห้นด้วยตาเปล่า ขนาดเท่าดวงจันทร์ของเรา ดาวดวงนี้เป็นสีแดง
ปี 2012 จะเริ่มมีปฏิริยาต่อมวลสภาพอากาศบนโลก เศษหินในอวกาศที่มากับดาวนิบิรุจะตกลงมาบนพื่นโลก เป็นฝนดาวตกอันตรายต่อมวลชีวิตทั้งโลก
วันที่ 21 ธันวาคม 2012 หายนะครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดบนพื้นแผ่นดิน อย่างใครไม่เคยคาดคิดมาก่อน
วัน14 กุมภาพันธ์ 2013 วันนั้นเป็นวันที่ โลก +นิบิรุ+ดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่แนวแกนเดียวกัน แกนแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนไป
โลก จะหยุดหมุนรอบตัวเอง 3 วัน แผ่นดินจะแยกตัวเป็นเสี่ยง น้ำทะเลจะเป็นคลื่นมหาอภิสึนามิ ถล่มตามเมืองชายทะเลทุกแห่ง เมื่อแผ่นดินเคลื่อนตัวตามเปลือกโลก ลาวาก็จะถลักขึ้นมาเกิดเป็นภูเขาไฟมากมาย

สำหรับบทความในสัปดาห์นี้ ผมไม่ได้มีเจตนาให้เพื่อนตกใจ หรือเชื่อในสิ่งที่ผมนำเสนอ แต่อยากให้เพื่อนๆได้ใช้สติในการให้ทรัพยากรของโลก การใช้พลังงาน ถ้าทุกคนช่วยกันรักษาโลกใบนี้ ช่วยกันประหยัดพลังงาน ผมคิดว่าคงจะไม่มีวันนั้นเหมือนดั่งคำทำนายไว้แน่นอนครับ ^^

~ Heal The World ~



ตัวอย่างภาพยนตร์ 2012


อ้างอิงมากจาก http://atcloud.com/stories/49779

นพพล (โอ)

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

ตะลึง!!! "เรือดำน้ำ"ทำมือจากแดนมังกร




รายงานข่าวจากเว็บไซต์ chinadaily ระบุว่า นาย Tao Xiangli นักประดิษฐ์มือสมัครเล่นชาวจีนได้สร้างเรือดำน้ำขึ้นเองจากวัสดุเหลือใช้ทั่วไป (บางชิ้นอาจจะเรียกว่า ขยะก็ได้เหมือนกัน) อีกทั้งยังได้นำมันไปทดลองดำที่ทะเลสาบในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมาแล้วด้วย
นักประดิษฐ์มือสมัครเล่นวัย 34 ปี Tao Xiangli ได้สร้างเรือดำน้ำที่มีฟังก์ชันการทำงานครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกล้องส่องดูเหนือผิวน้ำ (Periscope) ถังน้ำควบคุมระดับความลึกในการดำ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อน เครื่องวัดระดับความดัน และใบพัด โดยตัวเรือดำน้ำเขาใช้ถังน้ำมัน ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ เขาซื้อมาจากตลาดชิ้นส่วนมือสอง
Tao Xiangli ใช้เวลา 2 ปีในการประดิษฐ์ และทดสอบเรือดำน้ำลำนี้ โดยเขาใช้เงินในการสร้างมันขึ้นมาทั้งสิ้น 30,000 หยวน (ประมาณ 150,000 บาท) เห็นผลงานของนาย Tao แล้วทำให้นึกถึงผลงานสิงประดิษฐ์ของชาวนาจีนรายหนึ่งที่สร้าง Helicopter ที่สามารถบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้จริงๆ แต่อย่าถามเรื่องระบบความปลอดภัยนะครับ :p
ณปพณ (M)

เปลี่ยนเบอร์มือถือ โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าย!?!


เปลี่ยนเบอร์มือถือ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครือข่าย !!

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2552 ให้บรรดาผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนเครือข่าย โดยสามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์เดิมต่อไปได้ นับเป็นการปลดแอกประชาชนจากการเอาเปรียบของผู้ประกอบการครั้งสำคัญของประเทศไทย
ในอดีตประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์ถูกบริษัทผู้ประกอบการเอาเปรียบโดยถือว่าหมายเลขโทรศัพท์นั้นเป็นของผู้ให้ประกอบการ หากผู้ใช้โทรศัพท์จะเปลี่ยนเครื่องที่ใช้ระบบอื่น ก็ไม่สามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์เดิมได้ ทำให้เกิดความลำบากและความเดือดร้อนในการแจ้งผู้เกี่ยวข้องให้ทราบถึงการเปลี่ยนหมายเลขใหม่ ทั้ง ๆ ที่ระบบในสากลนั้นถือว่าหมายเลขโทรศัพท์เป็นของรัฐ เมื่อประชาชนผู้ใช้บริการคนใดได้รับจัดสรรหมายเลขโทรศัทท์ใดแล้วก็เป็นเจ้าของหมายเลขนั้น และสามารถเปลี่ยนใช้กับระบบอื่นได้ทุกระบบ ซึ่งมีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหานี้มาเป็นเวลานานแล้ว
ครั้นวันที่ 3 สิงหาคม 2552 กทช. ก็ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเปลี่ยนเครื่องและเครือข่ายได้โดยสามารถใช้เลขหมายโทรศัพท์เดิม ซึ่งถือว่าเป็นการยอมรับสิทธิของประชาชนผู้ใช้บริการและปลดแอกไม่ให้บริษัทผู้ให้ประกอบการเอาเปรียบผูกมัดผู้ใช้บริการต่อไป.
พูดง่ายๆเป็นภาษาพูดปกติก็คือ... คุณสามารถเปลี่ยนเครือข่ายได้ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์มือถือของคุณ!!! และหลังจากนี้ ผมเชื่อว่าจะเกิดการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการที่รุนแรงและดุเดือดมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ!! แต่ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับผู้ใช้บริการอย่างเราๆ ท่านๆ นั่นเอง

ที่มา : http://www.paisalvision.com/paisal/index.php/news/2008-12-01-04-43-11/2731-2009-08-14-03-50-03.html

คุณชายจิรยุทธ (หยก)

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

ย้อยวันวาน " การสื่อสารไทย "

































ย้อนวันวาน "การสื่อสารไทย"




































เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2552 นับเป็นวันสำคัญของวงการสื่อสารไทย คือวัน "การสื่อสารแห่งชาติ" การสื่อสารเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อประเทศไทยในสมัย รัชกาลที่ 3 ในช่วงที่บ้านเมืองปลอดจากภัยสงคราม

จากเหตุการณ์สายการบินบางกอกแอร์เวย์สลื่นไถลรันเวย์ เมื่อวันที่ 4ส.ค.2552 ซึ่งในวันเดียวกันนี้ ก็มีวันสำคัญของไทยอีกวันหนึ่งแฝงอยู่ด้วย นั้นคือ "วันสื่อสารแห่งชาติ" การสื่อสารเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ช่วงที่บ้านเมืองปลอดจากภัยสงคราม การเมืองภายในประเทศมีเสถียรภาพมั่นคง โดยวัตถุประสงค์ของการสื่อสารในยุคนั้น ก็เพื่อนำมาสนับสนุนกิจการด้านงานความมั่นคงของประเทศ ซึ่งยุคนั้นเรียกได้ว่า เป็นยุคเริ่มล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างแย่งชิงผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ด้วยกัน และอารยะธรรมตะวันตกเริ่มหลั่งไหลเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์


การติดต่อข่าวสารกันของมนุษย์ในสมัยโบราณมีวิธีการที่หลากหลายตามยุคสมัย เริ่มที่การสื่อสารที่เรียกว่า "ม้าเร็ว" นี้ นับว่าดีทีเดียว คือไม่ล่าช้า ทั้งยังส่งข่าวได้ทันใจ ซึ่ง ชาวจีนโบราณมีการพัฒนาระบบการส่งข่าวทางไกลให้ คล่องตัวตลอดมา โดยระบบเฟื่องสุดขีดในช่วงที่มองโกลมาจัดการ แต่จริงๆ แล้วมีการพัฒนากันมานานก่อนหน้านั้นเป็น 100 ปี ต่อมาเกิด "นกพิราบสื่อสาร" ขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 การสื่อสารระหว่างทหารที่ออกรบในสมรภูมิกับศูนย์บัญชาการ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก ถ้าจะใช้ทหารเดินเท้าในการส่งข่าว ไหนจะต้องหลบหลีกให้พ้นสายตาข้าศึก และต้อง เผชิญอุปสรรคนานัปการ ทั้งภูมิอากาศและภูมิประเทศที่กันดาร นกพิราบสื่อสาร จึงถูกนำมาใช้ในการส่งข่าวสารจากสมรภูมิกลับสู่บ้านเกิด ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการ


ส่วนโรมันมีระบบที่ละเอียดซับซ้อนในการติดต่อส่งข่าวสารเช่นเดียวกัน เรียกเป็นภาษาโรมันว่า "เคอร์ซัส พับลิคัส" ระบบของโรมันนี้นับว่าฉลาดไม่น้อย คือใช้แบบส่งเป็นทอด หรือวิ่งผลัด ซึ่งทำให้ การส่งข่าวสารผ่านตลอดทั่วแดนได้โดยง่าย มีความสะดวก คล่องตัวขึ้น รวมทั้งมีการตรวจ ตราอย่างเข้มงวด มีเครือข่ายโยงใยในระบบตรวจสอบของรัฐ ซึ่งจะการันตีเรื่องความแม่นยำ และ ความน่าเชื่อถือในเรื่องของหลวงได้ดีด้วย แม้ตอนที่อาณาจักรโรมันแตก ระบบเคอร์ซัส พับลิคัส นี้ยัง ยืนหยัดใช้กันอยู่

จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเจริญรอยตามพระราชบิดาในการปฏิรูปประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหากษัตริย์ผู้วางรากฐานกิจการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทย พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของการสื่อสารว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ และเพื่อบำบัดทุกข์ราษฎรในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของชาติ แรกทีเดียวนั้นการสื่อสารอยู่ในรูปไปรษณีย์พิเศษ ซึ่งเป็นหนังสือที่จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในบบพระบรมมหาราชวัง และเขตบบพระนครชั้นใน โดย สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงศ์ และเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2424 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงศ์ เป็นผู้ก่อตั้งการไปรษณีย์


"กรมไปรษณีย์" ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 สิงหาคม 2426 มีที่ทำการไปรสะนียาคารแห่งแรก ที่ ปากคลองโอ่งอ่าง ตำบลราชบูรณะ และอาคารในพระราชอุทยานสราญรมย์ "กิจการโทรเลข" ถือเป็นเทคโนโลยีโทรคมนาคมอันทันสมัยรวดเร็วที่สุดในยุคนั้น นับตั้งแต่มีการวางสายโทรเลขเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2418 กรุงเทพฯ ไป สมุทรปราการ เพื่อใช้ในงานราชการ และเปิดให้บริการสำหรับประชาชนเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2426 อัตราค่าบริการ "คำละ 1 เฟื้อง" ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งขึ้นเป็น "กรมโทรเลข" อีกกรมหนึ่ง และมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภานุรังษีสว่างวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการกรมโทรเลขอีกตำแหน่งหนึ่ง จากนั้นกลาโหมได้เริ่มมีการนำโทรศัพท์เข้ามาและมอบให้กรมโทรเลขดูแลต่อ


นายขจรศักดิ์ สิงหเสนี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานกลยุทธ์องค์กร) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจุบันโทรเลขยุติการใช้งานไปอย่างเป็นทางการทั่วประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2551 รวมระยะเวลาในการให้บริการมากว่า 133 ปี (พ.ศ. 2418-พ.ศ. 2551)สาเหตุเพราะทนแบกรับค่าใช้จ่ายเดือนละ 25 ล้านบาท เพื่อจ้างบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้เป็นผู้ให้บริการไม่ไหว ทั้งเป็นกิจการที่ไม่ทำกำไรและมีผู้ใช้บริการโทรเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริการโทรเลขเคยมียอดผู้ใช้สูงสุดอยู่ที่ปีละ 3 ล้านฉบับ หรือเฉลี่ยเดือนละ 2.5 แสนฉบับ แต่ปัจจุบันมียอดใช้งานวันละไม่ถึง 100 ฉบับ หรือประมาณปีละ 4,000 ฉบับ และมีรายได้เพียงเดือนละ 5,000 บาท โดยข้อความในโทรเลขส่วนใหญ่เป็นจดหมายทวงหนี้


ในยุคปัจจุบันการสื่อสารถูกพัฒนาเพื่อให้ทันกับโลกยุคโลกาภิวัฒน์ การส่งจดหมายรูปแบบเดิมๆ ถูกปรับเปลี่ยนไป เป็นรูปแบบของอี-เมล์ (E-Mail) คือ ไปรษณีย์อีเลคโทรนิคส์ เป็นเครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายที่เรียกว่า "อินเทอร์เน็ต" ด้วยวิธีการส่งข้อความไปหาผู้อื่น ไปยังผู้รับปลายทาง และสามารถทำการแนบไฟล์เอกสาร หรือรูปภาพต่างๆ เพื่อส่งไปยังปลายทางได้อีกด้วย จึงทำให้เพิ่มความ สะดวกสบายได้มากขึ้น











อีกหนึ่งการสื่อสารของไทย คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ล่าสุดโทรคมนาคมของไทยกำลังจะพลิกหน้าใหม่ เมื่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ประกาศหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 2552 รอเพียงผู้ประกอบการที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เสนอแผนปฏิบัติ สำหรับการคงสิทธิ์เลขหมาย คือการที่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเปลี่ยนบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งคาดว่าไม่เกินเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ จะเปิดให้บริการได้ และยังไม่รวมถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 3 หรือ 3G ที่จะเกิดขึ้นในช่วงราวต้นปี 2552 นี้ด้วย








บทความจาก : ไทยรัฐ